Thaiyinyang ได้มีการนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์จีนในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้เนื้อหาสาระทางการแพทย์ซึ่งโดยธรรมชาติมันเองก็มักจะอ่านยากไม่น่าอ่าน ทำให้น่าอ่าน น่าดูขึ้น ทำให้อ่านเข้าใจง่าย ใช้เวลาในการอ่านสั้นลง และน่าสนใจมากขึ้น เป็นรูปแบบที่เวปไซด์ทางการแพทย์ในต่างประเทศที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น สถาบันการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ (NIH) ได้นำมาใช้กันมากขึ้น เป็นการนำเสนอในรูปแบบคล้ายกับการฉายสไลด์ ร่วมกับการมีเมนูและเมนูย่อย เพื่อให้เลือกหัวเรื่องย่อยๆของแต่ละหัวข้อได้ เพื่อทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกอ่าน เนื้อหาไปมาได้สะดวกคล่องตัวขึ้นมาก เรื่องที่นำเสนอรูปแบบใหม่ ได้แก่ อาการข้ออักเสบ (Osteoarthritis) ,อาการเวียนศีรษะหัวหมุน (Dizziness and Motion Sickness) ,อาการใกล้หมดประจำเดือน (Premenopausal Syndrome)
Welcome to the Frontpage
สื่อสารสุขภาพรูปแบบใหม่
เบาหวานกับสมุนไพรจีน
ได้ฟังได้อ่านจากสื่อและเอกสารต่างๆ พูดถึงโรคที่สร้างปัญหาให้คนไทย สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับสถานบริการและประเทศชาติ คงหนีไม่พ้นไปจาก 6 โรคหลักๆ ซึ่งได้แก่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดในสมอง และ มะเร็ง ซึ่งล้วนแต่เป็นโรคที่ป้องกันได้ทั้งสิ้น จะมียกเว้นมะเร็งอยู่โรคเดียวที่เห็นจะปนๆกัน เป็นทั้งเรื่องป้องกันได้และเรื่องของฟ้าลิขิต แต่อีกห้าโรคล้วนเป็นโรคที่ป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ทั้งสิ้น หากประมาณการคนไทยที่ป่วยด้วยโรคกลุ่มนี้ รวม 19 ล้านคนต่อปีมารับบริการที่สถานบริการทั้งภาครัฐและเอกชน เสียค่ารักษาพยาบาลรวมเกือบแสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ1 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
การป้องกันโรคที่เป็นปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้บ้าง ย่อมจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีขึ้นของคนไทยอย่างแน่นอน ช่วยลดภาระในการดูแลรักษาพยาบาล ลดงบประมาณของประเทศชาติที่จะต้องนำไปช่วยรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ ซึ่งล้วนเป็นโรคที่ป้องกันได้ทั้งสิ้น
ตรวจชีพจร(หมอแมะ) รักษาโรคได้อย่างไร
ความยากของการรักษาแผนจีนอยู่ที่การแยกแยะสาเหตุต่างๆของอาการเจ็บป่วยที่มีอยู่หลายสาเหตุให้แยกจากกันให้ได้ ถ้าแยกแยะได้ ก็จะสามารถรักษาได้ถูกต้อง หากแยกแยะผิด ไปได้สาเหตุที่ไม่ตรงกับอาการที่เป็น การรักษาจะไม่ถูกต้อง แพทย์จีนจะใช้การดูลิ้นและการแมะเป็นหลัก (นอกเหนือไปจากการตรวจร่างกายทั่วๆไป) เพื่อพินิจพิเคราะห์ว่า ร่างกายมีสภาพเป็นหยินหรือหยาง มีความแกร่งหรือพร่องอย่างไร มีสาเหตุจากภายนอกหรือภายใน ร่างกายมีสภาพร้อนหรือเย็นหรือชื้นเพียงใด (เรียกการวิเคราะห์แยกแยะอาการป่วยแบบนี้ว่า Ba Gan Bian Zeng/ปากังเปี้ยนเจิ้ง หรือการแยกแยะแปดประเภท เป็น differential diagnosis แบบหนึ่ง) ขอยกตัวอย่างในกรณีของอาการเสียงดังในหู ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุเป็นได้ทั้งหยินหรือหยางพร่อง มีทั้งที่เป็นแบบแกร่งและพร่อง มักจะมีสาเหตุจากภายในเป็นส่วนใหญ่ มีสาเหตุมาจากทั้งที่เป็นแบบร้อนแบบเย็นและแบบชื้น และต้นตอของอวัยวะที่ทำให้เกิดสาเหตุทั้งแปดดังกล่าวนี้ มักจะมาจากตับและไต (มีบ้างไม่มากนักที่อาจมีสาเหตุมาจากม้ามและหัวใจได้)
เล่าเรื่องอาการเสียงดังในหู
เริ่มตั้งแต่ที่ได้จัดทำเวปไทยหยินหยางมาปีนี้ย่างเข้าปีที่ 4 คำถามที่มีการถามมากที่สุดในเวปบอร์ด รวมถึงอีเมล์ที่ส่งเข้ามาถาม และโทรศัพท์ที่เข้ามาถาม ได้แก่คำถามที่เกี่ยวกับอาการหูดัง ส่วนหนึ่งของตัวอย่างคำถามที่เกี่ยวกับอาการหูดัง ที่รวบรวมมาจากเวปบอร์ดและอีเมล์
“เป็นโรคประสาทหูเสื่อม รักษาได้ไหม เป็นโรคความดันสูงด้วยครับ ตอนนี้อายุ 28 ปีเอง”
“ไม่ทราบว่า อาการหูดังจะต้องฝังเข็มนานเท่าไหร่จึงจะหายขาด โรคนี้หายขาดได้หรือไม่ และมียาบำรุงอะไรที่จะช่วยได้มั้ย”
“มีเสียงดังในหูมาครึ่งปี รักษามาหลายรพ.แล้วยังไม่หาย ทรมานมาก เหมือนมีเสียงดังอยู่รอบตัว ถ้าฝังเข็มแล้วจะหายไหมครับ ผมกลัวเข็มครับ ถ้าค่อยยังชั่ว ผมจะอดทนสู้”
“ใครเคยเป็นโรคเสียงดังในหู ต้องฝังเข็มกี่ครั้งจึงค่อยยังชั่ว”
เสียงดังในหู (Tinnitus)
อาการเสียงดังในหู เป็นอาการของผู้ที่ได้ยินเสียงในหูตนเอง เสียงที่ได้ยินมีลักษณะเหมือนเสียงกระดิ่ง หรือเหมือนเสียงผึ้งบิน เสียงที่ดังเหมือนดังออกมาจากในศีรษะ สำหรับคนทั่วๆไปแล้วจะไม่ใช่เป็นเรื่องผิดปกติที่จะได้ยินเสียงดังในหูบ้างเป็นครั้งเป็นคราว แต่ถ้าหากมีเสียงดังอยู่นานหลายๆนาที ก็ต้องพิจารณาเหมือนกันว่า อาจจะมีอาการหูดังได้ ผู้ที่มีอาการหูดังมักจะเป็นในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แต่ก็อาจพบได้ใน กลุ่มอายุอื่นๆ ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
การได้ยินเสียงในหูจะมีได้หลากหลายรูปแบบ เช่น แบบต่อเนื่องหรือเป็นช่วงๆ เสียงที่่ได้ยินจะมีลักษณะเป็นเสียง เหมือนเสียงจิ้งหรีดร้องในหู เหมือนเสียงฮัมเบาๆ เหมือนเสียงรัวๆ เหมือนเสียงฟ่อๆ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของ การทำงานของหูชั้นในหรือเกิดจากการ ป่วยด้วยโรคประจำตัวบางอย่างของผู้ป่วยเอง
More Articles...
Page 1 of 3



















