Company Logo

Thaiyinyang.com ได้ปรับปรุงโฉม จัดน้าตาใหม่ ทำให้เวปน่าดูน่าอ่านมากขึ้นครับ รวมถึงบทความที่ได้เพิ่มเติมใหม่ในส่วนของการรักษาอาการต่างๆเช่น อาการผื่นลมพิษ อาการไซนัสอักเสบ อาการปวดท้องเมนส์ อาการแน่นท้องจุกเสียด อาการจากต่อมลูกหมากโต เป็นต้น ด้วยสมุนไพรจีน ซึ่งทั้งหมดเป็นประสบการณ์การรักษาจริงๆ ที่ผมนำมาเขียนให้อ่านง่ายๆ ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพว่า แพทย์จีนรักษาอาการต่างๆได้อย่างไร ตั้งแต่การซักประวัติตรวจร่างกายจนถึงการปรุงตำรับยาจีน ใช้สมุนไพรอะไรบ้าง เมื่ออ่านแล้วท่านจะเข้าใจและเห็นภาพเห็นคุณประโยชน์ของศาสตร์การแพทย์แผนจีน (TCM) ที่ใช้กันมานานหลายพันปี นับเป็นมรดกตกทอดของคนโบราณถึงคนยุคนี้อย่างแท้จริง และจะยังคงนำไปใช้ในอนาคตต่อๆไปได้อย่างแน่นอน หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านของไทยหยินหยางได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ


ฝังเข็มช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้าง

ฝังเข็มช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้าง

การ ฝังเข็มได้รับการยอมรับให้เป็นบริการรักษาพยาบาลอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เป็นทางเลือกของคนไทยในการดูแลสุขภาพของตนเองและสมาชิกในครอบครัว ในปัจจุบันโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนหลายแห่งในประเทศไทยได้จัดให้มีบริการ รักษาผู้ป่วยนอกในรูปแบบการฝังเข็มควบคู่ไปกับการรักษาแผนปัจจุบัน รวมถึงความนิยมของประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารที่มาขอรับการรักษาฝังเข็มจาก หน่วยแพทย์เคลื่อนที่อาสาสมเด็จย่า พอสว.ด้วย

ในปี คศ.1979 ได้มีการจัดสัมมนานานาชาติ ที่กรุงปักกิ่ง มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจาก 12 ชาติและได้มีข้อสรุปจากที่ประชุมถึงรายชื่อโรคและอาการเจ็บป่วยที่การฝังเข็มจะรักษาได้ดังนี้

1.กลุ่มทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ โรคไซนัส ช่องจมูกอักเสบ หวัด ทอนซิลอักเสบ

2.กลุ่มระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหลอดลมอักเสบ หอบหืด

3.กลุ่มโรคทางตา ได้แก่ โรคตาแดง สายตาสั้น ต้อกระจก

4.กลุ่มโรคทางปาก ได้แก่ อาการปวดฟัน เหงือกอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ

5.กลุ่ม โรคทางเดินอาหาร ได้แก่ โรคกรดไหลย้อนกลับ อาการสะอึก กระเพาะอาหารหย่อน กระเพาะอาหารอักเสบ กรดในกระเพาะมาก แผลลำไส้เล็กอักเสบ ท้องเสีย ท้องผูก

6.กลุ่มโรคประสาทและกล้ามเนื้อ ได้แก่ อาการปวดหัว ไมเกรน หน้าเบี้ยว อัมพาตแขนขาชา โรคมีเนีย  ปัสสาวะบ่อย  ปัสสาวะรดที่นอน  เจ็บชายโครง  ปวดรักแร้จากหมอนรองกระดูกทับเส้น ไหล่ติด ข้อศอกเทนนิส ไซติก้า ปวดหลัง ปวดเข่า

ถึงแม้การฝังเข็มจะใช้รักษาโรคและอาการเจ็บป่วยได้หลากหลายชนิด  แต่ก็มีข้อควรระวังที่ทั้งผู้ป่วยและผู้ให้การรักษาจะต้องให้ความสำคัญในประเด็นดังต่อไปนี้

1.ไม่ ควรรักษาด้วยการฝังเข็มแต่เพียงวิธีเดียว ในกรณีที่ร่างกายมีอาการติดเชื้อชนิดแบคทีเรียและมีไข้ร่วมด้วย เช่นในกรณีที่เป็นหวัดมีน้ำมูกข้น เริ่มเป็นสีเหลือง มีไข้ร่วมด้วย แสดงว่าเริ่มมีการติดเชื้อแบคทีเรียแล้ว ควรจะทานยาปฏิชีวนะด้วย ในกรณีที่เป็น หวัดแบบน้ำมูกใสๆ มีอาการหนาวและ เริ่มมีไข้แสดงว่าเริ่มจะมีการติดเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องทานยาปฏิชีวนะ สามารถ รักษาด้วยการฝังเข็มอย่างเดียวได้

2.ไม่ ควรรักษาด้วยการฝังเข็มแต่เพียงวิธีเดียว ในกรณีที่เป็นโรคเรื้อรังที่ยาแผนปัจจุบันรักษาได้ผลดีอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง คลอเรสโตรอลสูง ไทรอยเป็นพิษ เป็นต้น ควรจะรักษาด้วยแผนปัจจุบันก่อนเป็นทางเลือกแรก

3.ในกรณีที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เช่นไส้ติ่งอักเสบ เนื้องอก ห้ามรักษาด้วยการฝังเข็ม

4.ไม่ ควรรักษาด้วยการฝังเข็ม ในกรณีที่อาการปวดเกิดจากการอักเสบติดเชื้อที่ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น อาการปวดท้องน้อยจากมดลูกอักเสบ อาการปวดท้องและมีอาการถ่ายเหลวร่วมด้วย จากลำไส้ใหญ่อักเสบหรืออาการอาหารเป็นพิษ (ต้องระมัดระวังเรื่องการรักษาเพราะมีการติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว)

5.ไม่ ควรรักษาด้วยการฝังเข็ม ในกรณีที่อาการปวดข้อหรือปวดกล้ามเนื้อ มีสาเหตุมาจากการอักเสบจากการติดเชื้อ ถ้าหากข้อมีอาการบวมแดงต้องแยกให้ได้ว่าไม่ใช่เกิดจากการติดเชื้อ เพราะการฝังเข็มในขณะที่ติดเชื้อ จะมีผลเสียต่อการรักษามากต้องหลีกเลี่ยง

6.ไม่ ควรรักษาด้วยการฝังเข็ม ในผู้ป่วยที่มีอาการเลือดออกจากการไอ จากการถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ จากการอาเจียน ที่มีสาเหตุมาจากวัณโรคปอด ปอดอักเสบ ก้อนเนื้องอกในลำไส้หรือในกระเพาะอาหาร นิ่วในไตหรือกระเพาะปัสสาวะ

7.ไม่ควรรักษาด้วยการฝังเข็ม ในผู้ป่วยที่มีอาการเวียนศรีษะ ใจสั่น ที่มีสาเหตุมาจากโรคหัวใจ

8.ในสตรีที่ตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังการฝังเข็มเป็นพิเศษ เพราะบางจุดอาจทำให้เกิดการแท้งขึ้นได้




Downloaded from free Joomla templates | free website templates | Free Wallpapers HD. Designed by: joomla themes download php hosting Valid XHTML and CSS.

Cliick ดูภาพคลีนิก (Click view clinic photograph)