Main Menu
สาเหตุเสียงดังในหู
จากปัญหามีการบาดเจ็บของหูส่วนในจากแรงกระทำภายนอก
เมื่อมีการถูกกระทบกระแทกที่ศีรษะหรือเมื่อมีเสียงที่ดังมากระทบหู จะทำให้เกิดการบาดเจ็บที่หูชั้นในบริเวณหอยโข่ง (cochlea) ซึ่งจะทำให้เกิดอาการไม่ได้ยินเสียง หรือมีอาการเสียงดังในหูในสภาพปกติ ภายในหอยโข่งจะมีเซลเส้นขนเล็กๆ เป็นจำนวนล้านๆ เมื่อมีเสียงมากระทบจะทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของเส้นขนเหล่านี้ ซึ่งจะไปสร้างกระแสไฟฟ้าให้เกิดขึ้นได้ที่เส้นประสาทหู ซึ่งสมองจะเป็นผู้ที่คอยแปลสัญญาณไฟฟ้าต่อไป กลายเป็นเสียง เมื่อมีการกระทบกระแทกภายนอก จะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่บริเวณเซลขนเล็กๆเหล่านี้ได้ซึ่งในทางตรงกันข้าม ก็จะทำให้เสียงที่สมองได้ยิน กลายเป็นเสียงดังในหู หรือถึงขั้นไม่ได้ยินเสียงเลย
การบาดเจ็บของหอยโข่ง (cochlea)
เกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่างๆ เช่น จากการทำงานของถุงลม (air bag) ในรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จากเสียงที่ดังมากๆ จากการแคะขี้หู จากการว่ายน้ำ จากการเล่นกีฬา การใช้เทียนดูดขี้หูหรือจากการผ่าตัดต่างๆของระบบหูคอจมูก หรือแม้แต่การผ่าตัดสมอง ในกรณีของเสียงที่ดังมากๆเป็นเสียงที่มาจากที่ทำงาน สถานบันเทิง เสียงดังจากเสียงอาวุธเช่นปืนใหญ่ เสียงระเบิด ในผู้ที่ทำงานในแวดวงตำรวจหรือทหาร

ในภาพจะเห็นถึงส่วนตัดขวางของหอยโข่ง (cochlea) แสดงให้เห็นถึงเซลขนเล็กๆ ซึ่งมีความละเอียดและบอบบาง ที่จะถูกทำลายและเสียหายได้ เมื่อกระดูกโกลนในช่องหูด้านในมีการเคลื่อนไหวหรือสั่น จะทำให้เกิดแรงดันของของเหลวในช่องภายในหอยโข่ง ทำให้เกิดคลื่นในของเหลว ซึ่งจะสัมพันธ์กับความถี่ของเสียงที่มากระทบ คลื่นนี้จะส่งผลถึง basilar membrane ตามคลื่นความถี่ที่มากระทบ และจะส่งผลถึงเซลขนเล็กๆ ซึ่งจะไปถูและสัมผัสกับแผ่นเยื่อ Membrana Tectoria ที่อยู่ด้านบนซึ่งแผ่นเยื่อนี้ จะแปลงสัญญาณจากเซลขนเล็กๆนี้ต่อไปเป็นสัญญาณไฟฟ้า ส่งไปที่สมองโดยผ่านเส้นประสาทหู (auditory nerve) สมองก็จะแปลสัญญาณที่ได้รับออกมาเป็นเสียงได้ถูกต้อง
ดังนั้นเมื่อเซลขนเล็กๆนี้ได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บจากสาเหตุใดๆ ก็จะทำให้เกิดเสียงดังในหูได้ และจะทำให้การได้ยินในส่วนของเสียงความถี่สูงเสียหายไปด้วย





